ประวัติสำนักศิลปะและวัฒนธรรม

IMG2009ประวัติสำนักศิลปะและวัฒนธรรม

        พ.ศ.2518 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครูฉบับแรก กำหนดให้วิทยาลัยครูมีหน้าที่ประการหนึ่งคือ การทำนุบำรุงศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
        พ.ศ.2521 กองวัฒนธรรม กรมการศาสนาได้ขยายงานตามพระราชบัญญัติตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่มีฐานะเทียบเท่ากรมและยกฐานะเป็นศูนย์วัฒนธรรมปฏิบัติงานโดยมีอธิการบดีเป็นประธานและมีอาจารย์เป็นคณะกรรมการขึ้นกับสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
        พ.ศ.2526 อธิบดีกรมการฝึกหัดครู นายเดโช สวนานนท์ ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรม พ.ศ.2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ ในมาตรา 7 ให้สถาบันราชภัฏเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นมีวัตถุประสงค์หลายประการ ประการหนึ่งคือ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยมีศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเป็นผู้ดูแล
        พ.ศ.2539 ได้รับงบประมาณจากการแปรญัตติของสภาผู้แทนราษฎร 94.8 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารศิลปวัฒนธรรม
        พ.ศ.2540 – 2542 ได้จัดสร้างอาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ในปี 2539    
        พ.ศ.2541 ยกฐานะจาก “ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม” เป็น “สำนักศิลปวัฒนธรรม”  
        พ.ศ.2547 “สถาบันราชภัฏ” ได้รับการยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ตามพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยทำให้ “สำนักศิลปวัฒนธรรม” ได้ยกฐานะเป็น “สำนักศิลปะและวัฒนธรรม”  ตามโครงสร้างการจัดตั้งหน่วยงานของมหาวิทยาลัย มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ตามลำดับดังนี้

          1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุบรรณ    จันทบุตร    พ.ศ. 2521 – 2524
    
      2. รองศาสตราจารย์อุดม        พรประเสริฐ    พ.ศ. 2525 – 2534
    
      3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุดใจ    บุญอารีย์    พ.ศ. 2535 – 2538
    
      4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์คนึงนิตย์    จันทบุตร    พ.ศ. 2539 – 2545
    
      5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทินกร    อัตไพบูลย์    พ.ศ. 2546 – 2552
    
      6. อาจารย์ ดร.กิติรัตน์          สีหบัณฑ์        พ.ศ. 2552 – 2560
          7. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุปิยา   ทาปทา   ปัจจุบัน

      สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ตั้งอยู่ชั้น 1 อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก รวมพื้นที่ 2,461 ตารางเมตร มีแหล่งเรียนรู้จัดไว้เพื่อบริการวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม คือ หอวัฒนธรรมอุบลนิทัศน์ เป็นห้องนิทรรศการถาวรที่รวบรวมเรื่องราวความรู้ด้านต่างๆ ของจังหวัดอุบลราชธานี มาจัดแสดงไว้ในสถานที่แห่งเดียวอย่างครบถ้วน จำนวน 4 ห้อง ได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2545 ประกอบด้วย 

      1. ห้องภูมิเมือง (ภูมิศาสตร์) มีภาพแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศและแผนผังจำลองที่แสดงอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งลักษณะภูมิประเทศด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ)
      2. ห้องภูมิราชธานี (ประวัติศาสตร์) มีวัตถุโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 5 วิดิทัศน์ความเป็นมาของจังหวัดอุบลราชธานี  เรื่องเล่านกหัสดีลิงค์  ประวัติการเมืองการปกครอง เครื่องยศเจ้าเมืองตามแบบโบราณ ภาพอนุสาวรีย์เจ้าคำผง และประวัติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี
      3. ห้องภูมิธรรม (ศาสนา) มีภาพถ่ายหุ่นจำลอง อุโบสถหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง สระน้ำทิพย์ หอไตรกลางน้ำ โปง ศิลาจารึกวัดป่าใหญ่ วิดิทัศน์เรื่องศาสนาในจังหวัดอุบลราชธานี ธรรมะคืออะไร พระวัดป่าและเทียนพรรษา
      4. ห้องภูมิปัญญา (วิถีชีวิต) เป็นการจัดแสดงวิถีชีวิตของชาวอีสานในเรื่องยาสมุนไพร หมอยาพื้นบ้านสมัยโบราณ ครัวอีสาน  บ้านอีสานจำลอง การทอผ้า การหล่อทองเหลือง เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน อักษรไทยโบราณ การสาธิตหมอลำ เพลงกล่อมลูกแบบอีสาน หุ่นจำลอง การดำรงชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ประเพณีฮีตสิบสองและประเพณีต่าง ๆ การสร้างบ้านแบบโบราณ ประเพณีบุญบั้งไฟ การแห่เทียนแบบโบราณ การสูตรขวัญขึ้นบ้านใหม่ การทำนา การทำเกลือสินเธาว์ การทำบุญตักบาตรประวัติคนดีศรีอุบล (ปราชญ์เมืองอุบลฯ)

       สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ยังมีห้องสมุดศูนย์ข้อมูลสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นศูนย์รวมผลงานทางวิชาการต่างๆ เป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีอีสาน ปัจจุบันมีหนังสือ และวารสาร ที่มีการจัดระบบด้วยระบบทศนิยมของดิวอี้มีฐานข้อมูลหนังสือในโปรแกรมห้องสมุดระบบอัตโนมัติ สามารถสืบค้นทาง OPAC ได้โดยการเชื่อมต่อเครือข่ายจากสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ กว่า 2,000 เล่ม และเปิดบริการการค้นคว้าแก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย